ReadyPlanet.com
dot
ข้อมูลหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
dot
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
dot
Newsletter

dot
user online
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 3 คน
dot


สวย D Center อาณาจักรของบรรจุภัณฑ์ ที่หรูหรา งดงาม และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ในแบรนด์สินค้าของคุณเอง
ขายส่งขวดน้ำหอม ขวดเครื่องสำอางทุกชนิด


น้ำมันเตาคืออะไร

 

 

 

น้ำมันเตา (Fuel Oils, FO or Heavy Fuel Oil, HFO or Residual Fuel) คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากก้นหอกลั่น อันเป็นส่วนที่ตกค้างอยู่หลังจากส่วนเบาๆ และมีมูลค่าสูง เช่น Distillate Fuels ซึ่งได้แก่ น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ได้ระเหยและกลั่นตัวไปจนหมดแล้ว ด้วยเหตุนี้น้ำมันเตาจึงมีชื่อว่า Residual Fuel (กากกลั่น) หรือ Heavy Fuel Oils เนื่องจากเป็นส่วนที่หนักและข้นเหนียวมาก อีกทั้งไม่สะดวกในการใช้งามีอุณหภูมิจุดเดือดตั้งแต่ 371oC ไปจนถึง 482oC แต่ก็อาจมีส่วนที่มีจุดเดือดต่ำตั้งแต่ 211oC – 371oC ปนอยู่บ้าง ประกอบกับน้ำมันเตาที่จำหน่ายในประเทศไทยมีหลายชนิด ตั้งแต่ใสถึงข้นมาก โดยนำมาผสมกับส่วนที่เบาให้ได้ความหนืดที่เหมาะสม กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดคุณภาพของน้ำมันเตาไว้ 5 ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันที่ความหนืดเป็นหลัก

แม้ว่าน้ำมันเตาจะเป็นพวกกากน้ำมัน (Residuals) ที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันดิบ มีสีดำ มีสิ่งตกค้างต่างๆ ปนอยู่ และมีราคาถูกที่สุดก็ตาม น้ำมันเตาก็ยังเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งทางเรือเดินสมุทร และการผลิตไฟฟ้า ลักษณะการใช้งานน้ำมันเตาจัดได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. ใช้เป็นเชื้อเพลิงหม้อน้ำเพื่อผลิตไอน้ำ

1.1 หม้อน้ำขนาดใหญ่ ผลิตไอน้ำความดันสูง อุณหภูมิสูง ขับเครื่องกังหันไอน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า โรงงานน้ำตาล และในระบบ Co-generation เป็นต้น

1.2 หม้อน้ำขนาดเล็ก ผลิตไอน้ำความดันต่ำ ที่เรียกว่า Process Steam ใช้ถ่ายเทความร้อนในกระบวนการผลิตต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การอบผ้า ย้อมผ้า อบกระดาษ เป็นต้น

 

 

 

1.  ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ที่ 60 oF (15.6 oC)

แสดงค่าความหนักเบาของน้ำมันเป็นตัวเลขจุดทศนิยม 4 ตำแหน่ง ซึ่งสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Institute ; API) ได้กำหนดค่าความหนักเบาของน้ำมันขึ้นใหม่เรียกว่า API โดยแสดงเป็นตัวเลขจำนวนเต็มและมีจุดทศนิยมเพียง 1 ตำแหน่ง ขึ้นมาใช้แทน โดยกำหนดความสัมพันธ์กับความถ่วงจำเพาะดังนี้

* น้ำมีความถ่วงจำเพาะเป็น 1 ดังนั้นจะมีค่า API เป็น 10 น้ำมันซึ่งเบากว่าน้ำจะมีตัวเลขมากกว่า 10 เป็นที่น่าสังเกตว่า น้ำมีนที่เบาลง (เช่นน้ำมันเบนซิน ดีเซล)  ตัวเลขค่าความถ่วงจำเพาะ จะน้อยลง แต่ตัวเลขค่า APIจะมากขึ้น ความหนักเบาของน้ำมันยังแสดงถึงองค์ประกอบภายในเนื้อน้ำมันได้ เช่น กรณีของน้ำมันที่หนักขึ้น ค่า API ต่ำลง ดังนั้น :-

- ปริมาณไฮโดรเจนในน้ำมันน้อยลง

- ค่าความร้อนต่อหน่วยน้ำหนักน้อยลง

- ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในก๊าซเสียออกปล่องจะมากขึ้น

* ความหนาแน่นที่ 15.6 C (Density) คือน้ำหนักต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร (กก./ลิตร) น้ำมันเตาจะแสดงค่าความถ่วงจำเพาะและความหนาแน่นใกล้เคียงกันมาก เพื่อความสะดวกในทางปฏิบัติจึงมักใช้ค่าความถ่วงจำเพาะเป็น กก./ลิตรได้โดยประมาณ เช่น น้ำมันเตามีความถ่วงจำเพาะ 0.9371 โดยประมาณจะหนัก 0.9371 กก.ต่อลิตร

* บริษัทน้ำมันทุกบริษัทจะระบุค่า API หรือค่าความถ่วงจำเพาะลงบนตั๋วน้ำมันที่จัดส่งไปยังลูกค้า เพื่อให้ทราบว่าน้ำมันที่ส่งไปในแต่ละครั้งมีค่าความหนักเบาเท่าใด

 

2. ความหนืด (Viscosity)

ความหนืดของน้ำมันเตามีความสำคัญต่อการไหล การสูบจ่ายและการพ่นฝอย ในระบบการใช้น้ำมันเตาที่ใช้วิธีปล่อยให้น้ำมันไหลจากถังเก็บน้ำมันเอง (ตามสภาพแรงโน้มถ่วง) ควรใช้ท่อขนาด 3 นิ้ว และไม่ควรลดขนาดท่อหรือหักเลี้ยวมาก หม้อกรองน้ำมันที่ละเอียดเกินไปอาจก่อให้เกิดการอุดตันด้วยไข (wax) ในน้ำมันเตาได้ในฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นจัด การปั๊มหรือการสูบจ่ายจะมีประสิทธิภาพดี น้ำมันจะต้องมีความหนืดไม่เกิน 1,000 เซนติสโตก และท่อทางดูดควรให้สั้นที่สุด

น้ำมันเตาทุกชนิดจะข้นเกินไปกว่าที่จะพ่นเป็นฝอยละเอียดได้ (Atomized) ดังนั้นน้ำมันเตาแต่ละเกรดจะต้องถูกอุ่นให้ร้อนเพื่อลดความหนืดให้เหมาะสมกับชนิดของหัวพ่นไฟหรือหัวเผา (Oil Burners) กราฟความสัมพันธ์ระหว่างความหนืดและอุณหภูมิจะระบุว่าหัวเผาแต่ละชนิด ต้องการช่วงความหนืดของน้ำมันเท่าใดก่อนพ่นฝอย ทำให้สามารถกำหนดได้ว่า น้ำมันแต่ละเกรดควรจะอุ่นให้ร้อนเท่าใด สำหรับหัวเตาแต่ละชนิด

3. จุดวาบไฟ (Flash Point)

เป็นเครื่องชี้ถึงอันตรายที่จะเกิดจากการจุดติดไฟของน้ำมัน ในการเก็บ ขนส่ง สูบถ่ายและการนำไปใช้ น้ำมันเตาจัดอยู่ในประเภทน้ำมันที่ไม่น่ากลัวอันตราย สามารถเก็บในถังบนพื้นดินได้โดยปลอดภัย

4. จุดไหลเท (Pour Point)

มีความสำคัญต่อการจัดเก็บ และการไหลของน้ำมันโดยเหตุที่น้ำมันดิบแถบตะวันออกกลาง มีไขน้อย (แต่ปริมาณกำมะถันสูง) น้ำมันเตาที่ได้จึงมีจุดไหลเทต่ำ ไหลได้ดีในฤดูหนาว ในกรณีที่โรงกลั่นใช้น้ำมันดิบแถบตะวันออกไกล จีน มาเลเซีย อินโดนีเซียและแหล่งน้ำมันดิบในประเทศไทย ซึ่งมีไข (wax) สูงมาก (แต่ปริมาณกำมะถันต่ำ) น้ำมันเตาที่ได้จึงมีจุดไหลเทค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามมาตรฐานของรัฐโดยกระทรวงพาณิชย์ก็ควบคุมไว้ไม่ให้สูงมาก และให้เหมาะสมกับการใช้งานทั่วประเทศ แม้กระนั้นก็ตามในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็นจัด ไขเกิดสะสมอุดตันรูไส้กรองทางดูดปั๊ม ทำให้ไม่มีน้ำมันไปป้อนใช้งาน การแก้ไขนิยมใช้ไอน้ำไปอุ่นในถังเก็บน้ำมัน ที่ท่อทางและที่กรองทางดูดปั๊ม

 

 

5. ปริมาณกำมะถัน ( Sulphur Content )

กำมะถันในน้ำมันเตาเมื่อเผาไหม้จะได้เป็นกำมะถันออกไซด์ (SOX; SO2; SO3) บางส่วนของ SO2  จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ในอากาศที่เกิน (Excess Air) ได้เป็น SO3

SO2 ไม่มีอันตรายใดๆ กับหม้อน้ำหรือเตาเผา แต่เมื่อถูกปล่อยออกทางปล่องจะเพิ่มมลพิษทางอากาศ  (Air Polution) เกิดอันตรายกับระบบทางเดินหายใจ หรือ รวมตัวกับความชื้น หรือน้ำฝนในบรรยากาศเกิดเป็นฝนกรดได้

SO3 สามารถรวมตัวกับน้ำหรือความชื้น ได้เป็นไอของกรดกำมะถัน (H2SO4) และกลั่นตัวสะสมบนผิวโลหะที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดกรดกลั่นตัว (Acid Dew Point) ซึ่งอยู่ประมาณ 140-160 องศาเซลเซียส เกิดการผุกร่อนขึ้นได้ เช่นที่บริเวณหม้ออุ่นอากาศ (Air Heater) หรือหม้ออุ่นน้ำเข้าหม้อน้ำ (Economiser) เรียกว่า ผุกร่อนที่อุณหภูมิต่ำ (Low Temperature Corrosion) แต่บริเวณดังกล่าวมักจะถูกออกแบบให้ทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดกรดกลั่นตัว แต่อย่างไรก็ตามการผุกร่อนบริเวณฝาชีครอบปากปล่องมักพบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก

กรดกำมะถันยังเป็นตัวเชื่อมเกาะติด (Cementing Agent) เยิ้มเหนียวบนผิวโลหะภายในปล่อง เขม่า เถ้าไหลผ่านก็จะถูกเกาะติดสะสมขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการจุดสตาร์ท ติดเตาหรือมีการหรี่-เร่งการผลิตไอน้ำ มักจะมีก้อนเขม่าที่มีความเป็นกรดพ่นออกจากปากปล่อง เรียกว่า Acid Smut กระจายโดยรอบปล่อง ทำให้หลังคาสังกะสีของโรงงานผุกร่อน ทำความเสียหายให้กับเสื้อผ้าที่ตากไว้ หรือกัดสีของรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงได้

กำมะถันในน้ำมันเตา อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ เช่น อุตสาหกรรมการหลอมแก้ว กระจก การทำเซรามิค และอิฐทนไฟ เป็นต้น สำหรับปริมาณกำมะถันในน้ำมันเตา ทดสอบด้วยวิธี ASTM D 129 (Low Volatility Product)

 

 

 

 

 




2

โอกาสทางการค้าพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย article
หลักการของกระบวนการไพโรไลซิส article
รูปเครื่องจักรในโรงงานบางส่วน
การทำประชาพิจารณ์เพื่อขอใบอนุญาต